AIS แก้เกมการตลาดช่วงวิกฤตโควิด19 ด้วย Service Truck

เราอาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ กับการขายอาหารบนรถหรือ Food Truck แต่ AIS ใช้ประโยชน์จากแนวคิดนี้ในการให้บริการลูกค้าหลังจากวิกฤตโควิด 19 กระหน่ำหนัก ทำให้การให้บริการที่ลำบากล่าช้า จึงได้มีรูปแบบการปรับแผนบริการใหม่ซึ่งเราจะมาติดตามกันในวันนี้เอง กับ AIS แก้เกมการตลาดช่วงวิกฤตโควิด19 ด้วย Service Truck

AIS แก้เกมการตลาดช่วงวิกฤตโควิด19 ด้วย Service Truck

                เมื่อวิกฤตโควิด19 เริ่มทำลายรูปแบบการใช้บริการรูปแบบต่างๆ ลงไป ก็ทำให้มีบริการรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อดิ้นรนให้ธุรกิจสามารถยืนตัวอยู่ได้ในช่วงภาวะวิกฤตนี้ ซึ่งทางเครือข่ายธุรกิจดังอย่าง AIS ก็เริ่มมีการปรับแผนรูปแบบการตลาดแบบใหม่ เพื่อรับมือกับวิกฤตโควิดในครั้งนี้ ซึ่งได้แก้เกมด้วยการให้บริการแบบใหม่ด้วย Service Truck หรือ Mobile Truck แทนการใช้ตึกอาคารพาณิชในการให้บริการ

                ในวันที่ 23 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ AIS โดยคุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป ได้ออกมากล่าวว่า เนื่องจากประกาศจากทางรัฐได้มีการปิดล็อคดาวน์ เหตุเพราะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยๆ จึงทำให้ห้างร้านต่างๆ ถึงระงับการให้บริการ โดยเฉพาะบริการโทรคมนาคม ที่ให้บริการในห้างสรรพสินค้าซะส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ จนกว่าจะมีประกาศผ่อนปรนจากทางรัฐ

(เอไอเอสอุ่นใจ1)

(เอไอเอสอุ่นใจ1)

                เพื่อการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับธุรกิจด้านการสื่อสาร ที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เรียนออนไลน์ รวมไปถึงการบริหารจัดการระบบต่างๆ เพื่อไม่ให้ขัดตามนโยบายที่ภาครัฐได้ประกาศออกมานั้น AIS จึงได้ร่วมมีกับร้านที่ให้บริการในสาขาต่างๆ ทั้งร้านเอไอเอส และเทเลวิช ในแต่ละพื้นที่ ได้เปิดร้านเอไอเอสอุ่นใจช็อป ซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ชุมชนต่างๆ

ที่ครอบคลุมพื้นที่หลักมากกว่า 100 แห่งแล้ว รวมไปถึงการส่งรถ Service Truck หรือ Mobile Truck เอไอเอสอุ่นใจออกไปให้บริการมากกว่า 30 คน พร้อมที่จะวิ่งแล่นไปให้บริการลูกค้าและประชาชนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

                ซึ่งเป็นการแก้เกมที่ดีสำหรับ AIS ในครั้งนี้ เพื่อให้การเข้าถึงที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า ซึ่งทาง AIS ก็ได้กล่าวต่อว่า “ชาวเอไอเอสและชาวเอไอเอส เทเลวิซ พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและประชาชน เพื่อสนับสนุนระบบสื่อสาร ทั้งในแง่ของจุดให้บริการและการดูแลเครือข่ายทั้งมือถือและเน็ตบ้าน

ซึ่งเป็นอีกหัวใจสำคัญในการเชื่อมต่อความช่วยเหลือสำหรับช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้อย่างเต็มที่” ที่เป็นประโยคกินใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถหาข้อมูล กองทุน “Income Fund”ได้ผ่านอินเตอร์เน็ต 5G ของทาง AIS

(เอไอเอสอุ่นใจ2)

(เอไอเอสอุ่นใจ2)

                สำหรับข้อมูลของ AIS แก้เกมการตลาดช่วงวิกฤตโควิด19 ด้วย Service Truck ที่เราได้เอามานำเหสนอนี้ ก็เพื่อเกาะติดเรื่องราวของธุรกิจใหญ่ที่มีการปรับแผนรูปแบบของการตลาดให้เหมาะกับยุควิกฤตเช่นนี้ และเราก็หวังว่าข้อมูลที่เราได้นำเอามานำเสนอนี้จะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คนได้ ทั้งนี้หากคุณสนใจบทความเพิ่มเติมสามารถเข้าไปติดตาม 3 ธุรกิจทำเงินออนไลน์

ธุรกิจบริการ มาแรงช่วงล็อกดาวน์

สำหรับคนที่กำลังมองหางานหรือที่จบออกมาใหม่ ต้องที่จะลงทุนทำธุรกิจเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น เพราะการได้เป็นเจ้านายตัวเองล้วนแต่มีอิสระแถมยังลดความกดดัน ที่จะต้องร่วมงานกับผู้อื่น สำหรับคนที่อยากทำวันนี้ทางGATOPAINTSจะพาคุณไปดูว่า ธุรกิจบริการ มาแรงช่วงล็อกดาวน์ ว่าจะมีธุรกิจไหนน่าทำและพอจะมีทางไปรอดหลังการระบาดของโควิด-19 รวมถึงธุรกิจที่น่าลงทุน เราไปตามดูกันเลยครับ

แนะนำธุรกิจบริการน่าทำ หลังการระบาดของโควิด-19

ธุรกิจสินค้าออร์แกนิ

ธุรกิจสินค้าออร์แกนิค

ทำหรับการทำธุรกิจเกี่ยวกับออร์แกนิกนั้น เรียกได้ว่าเอาใจคนที่รักสุขภาพกันมากๆเลยแหละครับ ทำให้กลุ่มสินค้าประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา แถมยังมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นไปอีกด้วย จะสถิติที่ไทยประเมินไว้ในปี 2021 มูลค่าของตลาดสินค้าออร์แกนิคของไทยอาจจะพุ่งถึงหลัก 5,400 ล้านบาทเลยแหละครับ

สาเหตุที่สินค้าออร์แกนิคนั้นน่าลงทุนเพราะว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ แถมผู้คนเดียวนี้หันมาใส่ใจกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น หลายคนยอมจ่ายเงินที่แพงเพื่อได้รับสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกายและเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม เพราะฉะนั้นแล้วเราขอฟันธงได้เลยว่าการทำธุรกิจประเภทนี้จะยังสามารถทำได้อย่างมั่นคงบนตลาดโลกได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นบริการจำหน่ายผักปลอดสารพิษแบบพร้อมกินพร้อมที่ส่งตรงถึงบ้านบริการจำหน่ายเมล็ดพันธ์ผัก ไปจนถึงการขายอาหารแปรรูปที่มาจากสินค้าออร์แกนิครับรองว่าต้องทำผลกำไรเติบโตได้อย่างดีหลังการระบาดของโควิด-19 แน่นอน

ธุรกิจร้านอาหารและบริการฟู้ดเดลิเวอรี่

ธุรกิจร้านอาหารและบริการฟู้ดเดลิเวอรี่

ในช่วงนี้ที่ผู้คนต้องอยู่บ้านในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ห้างหรือค้าต่างๆต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่วนร้านอาหารเองก็ต้องปรับตัวเปิดได้แค่ซื้อกลับไปกินที่บ้าน ทำให้ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่นั้นได้รับความสนใจจาก ผู้ประกอบการร้านอาหารหลายๆคน เพราะความสะดวก รวดเร็ว สั่งซื้อง่ายโดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านเลยแม้แต่น้อย

ในส่วนของร้านอาหารเอง หลังจากการระบาดของโควิด-19 ต้องคิดหาบริการนี้เพราะว่าการปรับไปให้สามารถสั่งผ่านเดลิเวอรี่ได้นั้น ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะหมดช่วง Social distancing ธุรกิจประเภทนี้ก็ยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วคนยังนิยมหันมาสั่งของแบบเดลิเวอรี่ฟู้ดมากขึ้น ธุรกิจร้านอาหารที่มาควบคู่กับฟู้ดเดลิเวอรี่จึงน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว จึงมีแนวโน้มได้ว่าจะเป็นอีหหนึ่งธุรกิจมาแรงในปี2021 หลังจากล็อคดาวน์อย่างแน่นอนเลยทีเดียว

ธุรกิจร้านสะดวกซัก

ธุรกิจร้านสะดวกซัก

ช่วงนี้เพื่อนเคยลองสังเกตุกันดูไหมครับว่า เรามักจะเห็นร้านสะดวกซักสีสันสดใสสะดุดตา พร้อมกับเครื่องซักผ้าที่ดูไฮโซเหมือนหลุดออกมาจากซีรี่ย์ ไม่ต้องมีคนแลกเหรียญ ไม่ต้องมีคนคอยเฝ้า เพราะนี้เป็นร้า่นสะดวกซัก ที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมด ธุรกิจประเภทนี้เน้นเจาะกลุ่มคนที่อยู่ในเมืองซะส่วนใหญ่เพราะผู้คนต้องการความสะดวกสบายและความทันสมัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้พักอาศัยตามคอนโด

ด้วยความที่เป็นร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะ แถมเครื่องซักผ้ายังใช้ระบบอัตโนมัติ ทันสมัย สะอาดและได้มาตรฐานกว่าเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ นอกจากนี้ยังให้บริการดีกว่าแบบครบวงจร หมดปัญหาสำหรับคนที่ไม่อยากรอเวลาตากผ้าหรือกลัวผ้าอับ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจบริการที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ยิ่งในช่วงนี้มีหลายคนหันมาสนใจและตื่นตัวกับเชื้อโรคที่ที่มีโอกาสแพร่มาจากสถานที่สาธารณะหรือแม้แต่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ การหันมาใช้บริการธุรกิจสะดวกซักที่มีการซักด้วยน้ำร้อนและมีระบบการฆ่าเชื้อทำความสะอาดเครื่องซักผ้าที่ได้มาตรฐาน ธุรกิจนี้จึงกลายเป็นตัวเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขอนามัยครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับธุรกิจบริการ มาแรงช่วงล็อกดาวน์ ตั้งแต่ต้นปีเราเจอแต่เรื่องหนักๆมาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลงเลย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ที่เราหยิบมานำเสนอเพื่อนๆในวันนี้นั้นล้วนแต่เป็นธุรกิจที่จะตอบโจทย์นักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการจะก้ามาเป็นเจ้านายตัวเอง เพราะด้วยความเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคนี้ที่ความสะดวกสบายต้องมาก่อน รับรองว่าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนหากคุณทำการศึกษาให้เป็นอย่างดีทั้งนี้หากคุณสนใจบทความอื่นๆเพิ่มเติม สามารถเข้าไปติดตามต่อได้ทีSIAMCARAUTOที่จะรวบรวมข้อมูลดีๆไว้ให้คุณเข้าไปติดตามกัน!

การออมเงินตามวันเกิด เพื่อธุรกิจในอนาคต

การออมเงินตามวันเกิด เพื่อธุรกิจในอนาคต จริงอยู่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในด้านการเรียน ความสำเร็จในเรื่องความรัก หรือแม้แต่ความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจ มันล้วนเกิดจากการกระทำ และความมุ่งมั่นของเราทั้งนั้น! แต่บางครั้งการใช้เรื่องความเชื่อและเรื่องดวงเข้ามาเป็นตัวช่วยส่งเสริม ก็อาจจะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จ จากที่วางเอาไว้ได้เร็วกว่าเดิมก็ได้ บทความเกี่ยวกับธุรกิจวันนี้ จึงขอพานักธุรกิจตลอดจนคนที่อยากมีธุรกิจ แต่ยังเก็บออมเงินไม่ได้ตามเป้าสักที ไปทำความรู้จักกับเคล็ดลับการออมเงินตามวันเกิด รับรองว่าหากท่านทำตามลักษณะนี้ ท่านจะมีเงินออมมากพอที่จะลงทุนทำธุรกิจในอนาคตแน่นอน! ส่วนการออมของแต่ละวัน จะเหมือนและต่างกันมากแค่ไหน ตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ

ออมเงินตามวันเกิด สำหรับคนทำธุรกิจ

เนื้อหา-1

1. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันอาทิตย์

ส่วนใหญ่แล้วว่ากันว่าคนที่เกิดวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็จะทำอย่างมีวินัยเสมอ แต่ข้อเสียคือมีวินัยในกรอบแคบเกินไป คือให้ใช้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับการออม หรือหาเงินเสริมนอกเหนือจากที่ได้รับ ซึ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาหากในอนาคต ท่านต้องการทำธุรกิจสักอย่าง  ฉะนั้น เราขอแนะนำให้เริ่มออมตั้งเเต่ยังเด็กเลยค่ะ

  • เริ่มออมในวัยประถม

สำหรับน้อง ๆ วัยประถมอาจจะเก็บค่าขนมเวลาให้ติดตัว โดยกำหนดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หากอยากจะให้เขาเก็บเงินในวัยประถมต้อง แบ่งส่วนเผื่อใส่กระปุกออมสินไว้เลย ว่าจะใช้วันละเท่าไหร่หรือเก็บเท่าไหร่ โดยส่วนนี้คุณพ่อคุณแม่ อาจจะช่วยจัดการให้ เพราะหากรอให้น้อง ๆ ออมเอง น่าจะไม่เหลือแน่นอนค่ะ

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

น้อง ๆ มัธยมถือว่าบริการเรื่องการใช้เงินของตัวเองได้ดีระดับหนึ่งแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่อาจะใช้วิธีการให้เงินใช้เป็นสัปดาห์ เพราะหากให้เป็นรายวัน น้อง ๆ อาจจะไม่เหลือเก็บค่ะ

2. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันจันทร์

ว่ากันว่าคนที่เกิดวันจันทร์ จะมีลักษณะการใช้เงินแบบมัธยัสถ์ เวลาจะใช้จะคิดหน้าคิดหลังอย่างดี แต่ข้อเสียของการใช้จ่ายเงินของคนกลุ่มนี้ คือเมื่อเจอของที่ชอบ จะใช้จ่ายอย่างไม่คิดทันที ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่ดูแล จะต้องปลูกฝังในเรื่องการออมของเขาให้มาก เพื่อให้เขามีเงินเก็บสำหรับลงทุนทำอะไรบางอย่าง หรือทำธุรกิจในอนาคตได้

  • เริ่มออมในวัยประถม

คุณผู้ปกครองทั้งหลายต้องสร้างวินัยการใช้จ่ายให้กับเขา ด้วยการใช้เหรียญเป็นส่วนใหญ่ เพราะจะเกิดความรู้สึกเสียดายและจะเก็บไว้หยอดกระปุกได้ง่ายกว่าการให้เค้กค่ะ

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

ส่วนมากแล้วคนเกิดวันนี้จะมีนิสัยมัธยัสถ์เป็นทุนเดิม แต่มักหมดไปกับของจุกจิกเล็กน้อย และไม่ชอบใช้เงินหมดกระเป๋า หากอยากออมควรมีกระปุกออมสินไว้หัวเตียง จากนั้นทุก 6 เดือนนำไปฝากธนาคาร แบบนี้จะช่วยให้สามารถออมเงินได้เยอะขึ้นค่ะ

เนื้อหา-2

3. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันอังคาร

ในบรรดา 3 วันที่นำเสนอมา คนที่เกิดวันอังคารมีลักษณะนิสัย และมีวินัยในการออมมากที่สุด ว่ากันว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนรักเพื่อนฝูง ขยันขันแข็งในการทำงาน และขยันหาราได้แบบอยู่เฉยไม่ได้ จึงมีวินัยในการออมอยู่ในตัวอยู่แล้ว

  • เริ่มออมในวัยประถม

เนื่องจากเป็นเด็กที่ค่อนข้างซน คุณพ่อคุณแม่จึงอาจจะต้องใส่ใจเรื่องกระเป๋าตังค์ โดยกระเป๋าสตางค์อาจต้องมีโซ่คล้องกันหล่นหายวัยนี้ใช้เงินไม่เก่ง มักมีเงินเหลือกลับมาหยอดกระปุกออมสินแน่นอน

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้มงวดหน่อย ถ้าได้ค่าขนมแบบรายสัปดาห์จะใช้หมดก่อนวันศุกร์แน่นอน ฉะนั้น เน้นให้แบบ 2 – 3 วันครั้งแทน

4. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันพุธ

ว่ากันว่าคนเกิดวันพุธ เป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าเล่ห์ ต่อรองเก่ง แต่ก็ประหยัดแบบสุด ๆ โดยลักษณะการออมของคนเกิดวันนี้ มีดังนี้

  • เริ่มออมในวัยประถม

คุณพ่อคุณแม่แทบไม่ต้องห่วงคนกลุ่มนี้เลยค่ะ เพราะเขามิวินัยและต่อรองเก่งแบบสุด ๆ แค่มีสมุดพกเงินฝากให้เขา เขาก็สามารถจัดการได้เป็นอย่างดี

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

นอกจากเก็บค่าขนมแล้ว คนในกลุ่มนี้อาจจะมีการเก็บเงินจากการค้าขาย ที่ค้าขายเก่งเหลือเกินด้วย แนะนำให้ฝากแบบประจำไปเลย จะได้มีเงินเก็บเยอะ ๆ

5. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันพฤหัสบดี

ว่ากันว่าคนที่เกดวันนี้เป็นคนที่ประหยัด มัธยัสถ์ มีน้อยใช้น้อย ใช้เงินอย่างเป้นระบบเป็นระเบียบ แต่บริหารเงินไม่ค่อยเก่ง เน้นใช้อย่างเดียว ลักษณะการออมที่ดี จึงต้องปฏิบัติตามรูปแบบต่อไปนี้

  • เริ่มออมในวัยประถม

พ่อแม่จะต้องปลูกฝังนิสัยการออมให้มากเป็นพิเศษ โดยอาจจะมีการกำหนดการออมเป็นวันให้อย่างชัดเจน ให้เขาทำแบบนั้นซ้ำ ๆ จนกว่าจะติดเป็นนิสัย

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

เน้นการออมให้ เพราะคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ไม่มีทางออมเงินได้เองแบบอยู่ถาวร ฉะนั้น พ่อแม่ต้องฝ่ายแบ่งออมให้ลูกเท่านั้นค่ะ

เนื้อหา-3

6. ลักษณะการออมที่ถูกต้อง ของคนที่เกิดวันศุกร์

ว่ากันว่าคนที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนค่อนข้างร่าเริง และขยันหาเงินจากช่องทางต่าง ๆ เก่งเป็นที่สุด แต่เก่งสุดก็ใช้สุดเช่นกัน ฉะนั้น ลักษณะการออมจึงต้องใส่ใจให้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  • เริ่มออมในวัยประถม

ส่วนใหญ่เด็กที่เกิดวันศุกร์ จะชอบหยอดกระปุกเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว หากอยากได้อะไรคนเกิดวันนี้ จะเก็บเงินเพื่อซื้อเสมอ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ

  • เริ่มออมช่วงมัธยม

ควรฝึกให้ชินกับการนำเงินฝากธนาคาร โดยอาจจะซื้อสลากออมสิน หรือซื้อหุ้นสหกรณ์ในโรงเรียนเขาจะชอบมาก ยิ่งปิดเทอม อดไม่ได้ที่จะหางาน Part Time ทำอะไรให้ได้เงิน สำหรับใครที่กำลังมองหาธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ เรามีมาแนะนำกับ อยากทำธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มอย่างไรดี

ใครที่รักสัตว์เชิญทางนี้ เรามีเรื่องน้องแมวสุดน่ารักมาแนะนำกับ 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนรับน้องแมวมาเลี้ยง บอกเลยว่ามีประโยชน์กับคนรักแมวสุด ๆ

อยากทำธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มอย่างไรดี

อยากทำธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มอย่างไรดี สำหรับนักลงทุนท่านไหน ที่กำลังหาข้อมูลสำหรับทำธุรกิจท่องเที่ยว บทความที่ gatopaints จะนำเสนอในวันนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับท่านไม่น้อย เพราะเราจะนำเสนอมุมมองต่าง ๆ ในการเตรียมตัว ก่อนจะตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจท่องเที่ยว โดยจะแยกเป็นหัวข้อต่าง ๆ ให้เห็นแบบชัดเจน ทั้งเรื่องการจดทะเบียน การหาลูกค้า ตลอดจนเรื่องของงบประมาณเงินทุน ว่าต้องมีเท่าไหร่จึงจะสามารถลงทุนทำธุรกิจรูปแบบนี้ได้ พร้อมแล้วไปศึกษาเทคนิคต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนไปพร้อมกันเลยค่ะ

เริ่มต้นธุรกิจท่องเที่ยว  ต้องรู้อะไรบ้าง?

สิ่งที่นักลงทุนทั้งหลายต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำธุรกิจท่องเที่ยว หลัก ๆ จะมีด้วยกัน 4 เรื่อง ดังรายละเอียดที่ปรากฎต่อไปนี้

1. ธุรกิจการนำเที่ยว หรือ Tour operator หมายถึง ธุรกิจที่ทำหน้าที่จัดการนำเที่ยวแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยว จัดหาไกด์นำเที่ยว จัดหาที่พัก จัดการเดินทางไปยังสถานที่เป้ากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ เรือ หรือเครื่องบิน

2. ธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยว หรือ Travel Agency หมายถึง ธุรกิจที่มีหน้าที่จัดจำหน่าย หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายบริการด้านการท่องเที่ยว แต่ธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้องงเป็นผู้จัดการการท่องเที่ยวเอง ทั้งนี้ ธุรกิจจัดการการนำเที่ยวส่วนใหญ่ จะอยู่ในสถานะเป็นธุรกิจตัวแทนท่องเที่ยว หรือ Travel Agency ด้วย

3. ธุรกิจขายส่งบริการท่องเที่ยว หรือ Travel wholeseller หมายถึง ธุรกิจที่เป็นผู้รวบรวมเอาสินค้าและบริการการท่องเที่ยวจากหลาย ๆ ผู้ประกอบการ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของ Travel Wholeseller จะเป็น Travel Agency มากกว่านักท่องเที่ยวโดยตรง

4. ธุรกิจบริหารจัดการจุดหมายปลายทาง หรือ Destination management services : (DMC) หมายถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่มีบริการหลากหลายในจุดหมายปลายทางหนึ่ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมทัวร์ ที่พัก สปา การเดินทาง ร้านอาหาร โดยมีลูกค้าเป็นธุรกิจนำเที่ยวเป็นตัวกำหนดสิ่งที่ต้องการ ในแพลนเที่ยวแต่ละประเทศ

เนื้อหา-1

เริ่มต้นทำธุรกิจท่องเที่ยว ต้องจดทะเบียนอะไรบ้าง?

หลักแล้วการจดทะเบียนเพื่อทำธุรกิจท่องเที่ยว จะมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ จดทะเบียนบริษัท การจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยว และจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรายละเอียดการจดทะเบียนรูปแบบต่าง ๆ มีดังนี้

1. การจดทะเบียนบริษัท

แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มทำธุรกิจบางอย่าง นีกลงทุนจะต้องทำการจดทะเบียนบริษัทชัดเจนก่อน หากต้องการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ก็สามารถเข้าไปจดทะเบียนได้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามจังหวัดที่ท่านตั้งบริษัท หรือจะเลือกจดผ่านระบบออนไลน์ที่ E-registration ก็ได้เช่นกัน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว สิ่งที่ต้องไม่ลืมเมื่อจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวคือ การระบุวัตถุประสงค์ของบริษัทใน “แบบ ว.” ว่าบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการการนำเที่ยว และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถนำธุรกิจไปจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวได้ค่ะ นอกจากนี้ ตามกฎหมายบอกว่า หากธุรกิจที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่การดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว หลายครั้งจำเป็นต้องมีการทำธุรกรรมกับบริษัทท่องเที่ยวอื่น ๆ ดังนั้น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ก็อาจมีความจำเป็นในหลาย ๆ กรณี ซึ่งกรมสรรพากรก็อนุญาตให้ธุรกิจ สามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือจะไปจดที่สำนักงานโดยตรงก็ได้เช่นกัน

เนื้อหา-2

2. การจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยว

เมื่อมีที่ตั้งบริษัท และมีการจดทะเบียนแบบชัดเจน ตามรายละเอียดในข้อ 1 แล้ว นักลงทุนจะต้องทำการจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยใบอนุญาตท่องเที่ยว มี 4 ประเภท พร้อมทั้งต้องวางเงินหลักประกันที่จะได้คืนเมื่อเลิกกิจการ ดังนี้

  • ประเภททั่วไป สามารถจัดการท่องเที่ยวได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องวางเงินหลักประกัน 200,000 บาท
  • ประเภทนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ สามารถจัดการท่องเที่ยวแบบ Inbound และ Domestic ได้เท่านั้น ต้องวางเงินหลักประกัน 100,000 บาท
  • ประเภทในประเทศ สามารถจัดการท่องเที่ยวแบบ Domestic ได้เท่านั้น ต้องวางเงินหลักประกัน 50,000 บาท
  • ประเภทเฉพาะพื้นที่ สามารถจัดการท่องเที่ยวได้เฉพาะเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต ต้องวางเงินหลักประกัน 10,000 บาท

โดยสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้ ได้จากกรมการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสอบถามผ่านช่องทางเว็บไซต์ และสำนักงานได้โดยตรง

เนื้อหา-3

3. การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

หากผู้นักลงทุนการท่องเที่ยวทั้งหลาย มีการเปิด website เพื่อจำหน่ายโปรแกรมการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ ตามหลักแล้วจะต้องมีการขึ้นทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trustmarkthai.com ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำธุรกิจท่องเที่ยว ต้องลงทุนเท่าไหร่?

ต้นทุนที่จำเป็นมาก ๆ ในธุรกิจทุกรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่ามันรวมธุรกิจท่องเที่ยวเข้าไปด้วย การจะทำธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ลงทุนจะต้องมีการวางเงินหลักประกันตามประเภทของการจดทะเบียนธุรกิจ หากต้องการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด ก็จำเป็นต้องมีทุนจดทะเบียน ซึ่งทุนจดทะเบียนยิ่งมาก ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวมีความน่าเชื่อถือ ธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็น SMEs ส่วนใหญ่ มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ไม่กี่แสนบาท จนถึงประมาณ 4 ล้านบาท ส่วนจำนวนเงินทุนที่จำเป็น มันขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจที่ท่านทำ ไม่สามารถกำหนดแบบตายตัวได้ ว่าต้องใช้มากหรือน้อยเพียงใด หากท่านใช้หน้าร้านออนไลน์เป็นหลัก เงินลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องมากนัก อาจอยู่ในแค่หลักหมื่นด้วยซ้ำ ขณะที่หากต้องการมีหน้าร้าน ก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่จะตั้งอยู่ หากอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวดัง ๆ ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อีกหนึ่งต้นทุนที่ธุรกิจท่องเที่ยว ไม่อาจเลี่ยงได้คือ การลงทุนซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น คอมพิวเตอร์ และปริ้นเตอร์ เนื่องจากการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในปัจจุบัน ไม่สามารถหลีกหนีจากช่องทางออนไลน์ได้

และทั้งหมดนี้คือเรื่องน่ารู้ขั้นต้น ของการลงทุนทำธุรกิจท่องเที่ยว ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดในส่วนอื่น ๆ ให้ท่านศึกษาอีกมากมาย ทั้งในเรื่องการวางแผนดีลโรงแรม ร้านอาหาร เครื่องบิน และการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ แต่เอาไว้มาติดตามกันในบทความต่อไปนะคะ