กองทุน “Income Fund” ปล่อยเงินทำงาน รอรับปันผลกำไร

มีเงินแต่แต่ไม่อยากให้เงินอยู่นิ่งเฉย อยากให้เงินสร้างกำไรได้ เชิญทางนี้ เพราะGATOPAINTSจะมานำเสนอกองทุน นี้ได้กำไรจากการประกอบการแน่นอนโดยปล่อยให้เงินของคุณทำงานให้ไม่ต้องเหนื่อย กับกองทุน “Income Fund” ปล่อยเงินทำงาน รอรับปันผลกำไร

กองทุน “Income Fund” ปล่อยเงินทำงาน รอรับปันผลกำไร

                สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการการลงทุนมักจะรู้จักคำว่า passive income เป็นอย่างดี คือการที่ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินเข้ากระเป๋านั่นเอง ยกตัวอย่างให้เห็นชัดและง่ายๆ เช่น ผู้ประกอบการลงทุนในธุรกิจ หอพัก คอนโด ต่างๆ ที่รอรับรายได้จากการจ่ายเงินรายเดือนของผู้เช่าซื้อในทุกๆ เดือน โดยไม่ต้องทำอะไรหนักหนาเลย ซึ่งทุกคนต่างก็อยากมี passive income กันทั้งนั้น เพราะมันเป็นการมีรายได้ถึงแม้จะอยู่นิ่ง ดังนั้นเราจะได้นำเอา กองทุน “Income Fund” มาแนะนำสำหรับผู้ที่มีเงิน และอยากลงทุนแบบได้ passive income

กองทุน “Income Fund” ปล่อยเงินทำงาน รอรับปันผลกำไร

(passive income)

                “Income Fund” เป็นกองทุนที่ใช้เงินลงทุนในจำนวนที่ไม่มาก มีกระแสรายได้เงินสดแบบสม่ำเสมอ เป็นกองทุนที่ตอบโจทย์มากๆ ซึ่งทางกองทุนนี้จะมีทีมงานมืออาชีพที่คอยดูแลเงินของคุณเป็นอย่างดี มีผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูง จึงเป็นกองทุนที่น่าสนใจมากในช่วงเวลานี้ ที่สำคัญคือสามารถสร้าง Passive Income ให้กับเราได้เช่นกัน

                “Income Fund” คือ กองทุนที่เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงที่อยู่ในระดับปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับกระแสเงินสดแบบประจำ ซึ่ง“Income Fund” เป็นกองทุนรวมแบบผสม ลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น กองทุนรวมอีทีเอฟ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นการหากระแสสินทรัพย์ในรูปแบบกระแสเงินสด หรือรายได้ที่ได้จากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่า Passive Income

                การลงทุนในกอง lncome Fund มีเทคนิค 4 อย่าง ดังนี้

                1.มีระดับเสี่ยงที่เรายอมรับได้ของนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม ในการลงทุนควรคิดคำนึงดูให้ดีว่าในกองทุนที่เราจะร่วมลงทุนมีความเสี่ยที่เราสามารถยอมรับได้หรือไม่ เพราะการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ

                2.ในการตรวจสอบรูปแบบของผลตอบแทนที่เหมาะสมนั้นควรคำนวณย้อนหลังไป 5 ปีเท่านั้น จึงจะทำให้รู้ได้ว่ามีผลตอบแทนดีจริงหรือไม่ ก่อนร่วมลงทุน

                3.การลงทุนไม่ควรคำนึงถึงค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม ควรคำนึงถึงผลตอบแทนย้อนหลังที่เหมาะสมเพียงเท่านั้น เพราะในการลงทุนที่มีค่าทำเนียมที่ถูกมักจะให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีนัก

                4.การลงทุนต้องดูที่ผู้จัดการกองทุน เพราะเขาคือมันสมองทั้งหมดของกองทุน หากการบริการกองทุนที่ดีมีประสิทธิภาพโดยผู้จัดการกองทุนแล้ว คุณก็ย่อมได้ผลตอบแทนที่ดีเสมอ

                หากใครที่กำลังสนใจอยากร่วมลงทุนในกองทุน “Income Fund” ปล่อยเงินทำงาน รอรับปันผลกำไร อยู่ เราก็ขอแนะนำว่าสามารถเรียนได้แล้วในรูปแบบ e–Learning หลักสูตร “กองทุนรวม The Series” ซึ่งทั้งหมดฟรีแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว โดยสามารถเรียนได้ที่เว็บของตลาดหลักทรัพย์ฯ แหล่งความรู้การเงินการลงทุนที่ดีสามารถเข้าไปติดตามบทความต่อได้ที่SIAMCARAUTO

“NFT” คืออะไรทำไมนักลงทุนถึงให้ความสนใจ ?

สำหรับนักลงทุนในยุคนี้ต้องรู้จักกับ Cryptocurrency กันเป็นอย่างดี ช่วงนี้เราจะเห็นได้ว่ามีเหรียญอีกประเภทหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในหมู่นักลงทุน นั่นก็คือ Non-Fungible Token หรือ NFT วันนี้ทางGATOPAINTSจะพาคุณไปดูกันว่า “NFT” คืออะไรทำไมนักลงทุนถึงให้ความสนใจ ? ตามมาดูกันเลยครับ

“NFT” คืออะไร?

"NFT" คืออะไร?

Non-fungible Token หรือ NFT ที่ถูกเรียกได้ว่าอีกหนึ่งใน Cryptocurrency ที่นักลงทุนพูดถึงกันเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งเหรียญประเภทนี้จะแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ โดยแต่ละเหรียญนั้นจะมีความแตกต่าง และมีมูลค่าไม่เท่ากัน และ Non-Fungible Token เหรียญอื่นๆไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้ อย่างเช่นเรามีภาพวาด ภาพหนึ่ง แล้วนำไปให้เพื่อน แล้วเพื่อนต้องนำรูปภาพที่เราให้ไปมาคืนโดยห้ามเป็นรูปอื่นที่แตกต่างออกไป เพราะด้วยความที่หายากและมีแค่รูปเดียวที่ไม่สามารถมีอะไรมาแทนได้

ดังนั้นแล้ว Non-Fungible Token จึงเปรียบได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีอะไรมาแทนได้นอกจากตัวมันเอง อย่างเช่นคุณได้ไปยืม Bitcoin มาจากเพื่อนคุณก็ต้องคืนเป็นสกุลเงิน Bitcoin โดยไม่สามารถนำเงินสกุลอื่นๆไปคืนได้นั่นเองครับ ดังนั้นแล้ว Non-Fungible Token ที่มีความเป็นเฉพาะตัวสูงแล้ว การที่ถือครองเหรียญ Non-Fungible Token ก็เพื่อการแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ ทำให้ไม่สามารถทำออกมาเป็นหน่วยย่อยแบบ Cryptocurrency ประเภทอื่นได้นั่นเองครับ ซึ่ง NFT จะต้องซื้อเต็มหน่วยเท่านั้น เพราะคุณลองคิดดูว่า Non-Fungible Token แทนภาพวาดซักหนึ่งภาพก็ไม่สามารถแบ่งรูปภาพออกมาขายได้นั่นเอง

“NFT” จะถูกนำเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง ?

T" จะถูกนำเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง ?

จากที่ทางเราได้ไปศึกษาการใช้ประโยชน์หรือ (Use Case) จากทั่วโลก โดยมักจะมีการนำ Non-Fungible Token ไปใช้กับสิ่งของที่หายาก และมีจำกัด และได้รับความนิยม โดยเฉพาะวงการศิลปะ เมื่อมีศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้ออกแบบผลงานออกมาเป็น Non-Fungible Token แล้วทำการเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจในผลงาน หรือในวงการเกม ที่มีการประมูลหรือเสนอขายของในเกมเป็น Non-Fungible Token เพื่อให้คนสามารถแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั่นๆได้ เพราะสำหรับใครที่เล่นเกม มักจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าของในเกมแต่ละชิ้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก บางชิ้นออกจะมีหลายชิ้นได้ หรือถ้าเกิดเป็นของหายากจริงๆ อาจจะมีเพียงไม่กี่ชิ้นภายในเกมนั่นเองครับ

หรือในอีกวงการ Youtuber หรือ Streamer เองก็มีการออก Non-Fungible Token เพื่อให้มีการแสดงสิทธ์ในการเข้าร่วมห้องเพื่อนสนทนาเฉพาะผู้ติดตาม แต่ต้องยอมรับเลยนะครับว่าด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง ณ ปัจจุบัน Non-Fungible Token ยังใช้ได้แค่กับสินทรัพย์ที่เป็นดิจิทัล เท่านั้นเองยังไม่เข้ามามีบทบาทกับสินทรัพย์ทั่วไปมากเท่าไหร่

Non-Fungible Token ในมุมมองนักลงทุน

Non-Fungible Token ถือได้ว่าเป็นเหรียญประเภทหนึ่งที่มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะ Non-Fungible Token ช่วยทำให้สินทรัพย์ที่มีมูลค่า หายาก ที่มีความเฉพาะตัวสูง สามารถทำการซื้อขายได้ง่ายมากขึ้น ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงตัวสินทรัพย์ได้มากขึ้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ลองคิดตามง่ายๆ ของเดิมที่หายากอยู่แล้ว แต่สามารถดึงความสนใจของผู้คนทั่วโลกให้เข้ามาสนใจมากขึ้น จึงทำให้สนิทรัพย์นั้นเกิดความต้องการสูง ซึ่งกลายเป็นราคาของ Non-Fungible Token เพราะราคาจะขึ้นตาม need ของผู้ที่ให้ความสนใจอยู่ที่ว่ามากหรือน้อยนั่นเองครับ

เห็นไหมละครับว่า Non-Fungible Token เป็นอนาคตที่ได้มาตอบโจทย์และไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ “NFT” คืออะไรทำไมนักลงทุนถึงให้ความสนใจ? โดยที่คุณไม่ต้องค้นหาข้อมูลอะไรให้มาก เพราะนอกจากการลงทุนแล้วสุขภาพของคุณก็สำคัญเช่นกัน สามารถเข้าไปติดตามบทความสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะดูแลสุขภาพได้ที่ SUANSUKKARB ที่จะทำให้คุณมีสุขภาพดีๆไปลงทุนนั่นเองครับ

6 แนวทางการลงทุนหุ้น ให้พอร์ตโต

6 แนวทางการลงทุนหุ้น ให้พอร์ตโต บทความเกี่ยวกับธุรกิจและการลงทุนของ gatopaints ในวันนี้ จะขอนำเสนอแนวทางการลงทุนหุ้น ให้พอร์ตเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างที่นักธุรกิจหลาย ๆ ท่านทราบ ว่าเดี๋ยวนี้โลกของเรามันก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล ธุรกิจบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องใช้แรงในการทำงาน แต่ใช้ให้เงินทำงานเองแบบทบตัว และการลงทุนซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร ก็เป็นแนวทางธุรกิจหนึ่งรูปแบบ ที่สามารถสร้างกำไรให้กับนักลงทุนเป็นอย่างดี ซึ่งการลงทุนหุ้นของท่านมันจะดียิ่งขึ้น หากท่านทำตามแนวทางการลงทุนทั้ง 6 แบบ ที่จะนำเสนอต่อไปนี้

6 การลงทุนในพอร์ตหุ้น ให้เงินเพิ่มพูน

1. วางแผนแบบรอบคอบ

อย่างที่แจ้งไปตอนแรก ว่าการลงทุนทำธุรกิจในรูปแบบหุ้น ก็ไม่ต่างจากการลงทุนทำธุรกิจรูปแบบอื่น ๆ แต่การลงทุนลักษณะนี้ อาจจะเหนื่อยน้อยกว่าแบบอื่น ๆ ตรงที่ไม่ต้องใช้แรงในการลงทุน แต่ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ และเก็งกำไรแทน หากท่านวางแผนในด้านการลงทุนได้ดี การเล่นหุ้นก็จะไม่สร้างปัญหาให้ท่านในอนาคต แต่หากท่านไม่รู้จักวางแผน ไม่ชั่งใจว่าอะไรดีอะไรไม่ดี และลงทุนแบบตามความชอบ หรือแบบที่คิดว่าอยากลง แบบนั้นไม่มีทางที่พอร์ตของท่านจะเติบโตขึ้นแน่นอน

2. แนวทางการเปิดพอร์ตหุ้น

รู้หรือไม่ว่าการจะเปิดพอร์ตหุ้นให้โตเร็ว และประสบความสำเร็จ ผู้ลงทุนจะต้องเริ่มเปิดที่ 2 พอร์ตเป็นอย่างต่ำ โดยซื้อพอร์ตหนึ่งเอาไว้เล่นทำกำไรแบบระยะสั้นเท่านั้น ส่วนอีกพอร์ตต้องเว็บไว้เป็นหุ่นระยะยาง ที่สามารถทำกำไรให้ท่านได้เรื่อย ๆ แต่ข้อสำคัญคือพอร์ต 2 พอร์ตนี้ ต้องเป็นพอร์ตที่ซื้อเก็บไว้เรื่อย ๆ อย่าขายออก การซื้อหุ้นลักษณะนี้จะคล้าย ๆ กับการออมเงิน แต่เป็นการออมที่มีดอกเบี้ยมากกว่าการออมทั่วไป นั่นเองค่ะ

เนื้อหา-1-1

3. แนวทางการดูกำไรของพอร์ตลงทุน

สิ่งนี้จะต่อเนื่องจากการลงทุนในข้อที่แล้ว แต่จะชี้ไปที่ละพอร์ต ว่าการลงทุนแบบระยะสั้น และระยะยาวมันต่างกันอย่างไร โดยพอร์ตแรกที่เราเลือกลงทุนแบบระยะสั้น จะทำกำไรจากการซื้อให้เราเรื่อย ๆ แต่พอร์ตสองจะเริ่มทำเงินให้เราจริงจัง หลังจาก 10 ปีผ่านไป ซึ่งหากจะเปรียบเทียบแบบชัด ๆ พอร์ตส่วนแรกที่เป็นพอร์ตระยะสั้น จะเป็นการลงทุนที่เหมือนทำงานเพื่อเงิน แต่พอร์ตที่สองจะเป็นการให้เงินทำงานนั่นเองค่ะ

4. แนะนำพอร์ตที่ควรเล่นในแต่ละส่วน

อย่างที่แจ้งไปแล้ว ว่าการซื้อพอร์ตหุ้นให้ประสบผลสำเร็จ ผู้ซื้อจะต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือส่วนที่ให้ผลระยะสั้น และผลระยะยาว ซึ่งพอร์ตที่ควรเล่นทั้ง 2 รูปแบบจะไม่เหมือนกัน โดยเราแนะนำว่าพอร์ตส่วนแรกที่เป็นพอร์ตระยะสั้น ให้เลือกเล่นแบบตลาดหุ้น โดยการเลือกหุ้นที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนั้น ๆ หรือมีแนวโน้มว่าจะนิยมแบบต่อเนื่องในอนาคตด้วยก็ได้ ต่อมาเป็นพอร์ตแบบที่สอง ให้เลือกเล่นแบบหุ้นอินดี้ ให้เน้นเก็บหุ้นที่คนไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยมีใครเชียร์ อาจจะหุ้นขนาดเล็กหน่อย ที่ไม่มีบทวิเคราะห์ เราต้องวิเคราะห์เองเป็นหลักค่ะ

เนื้อหา-1-2

5. จำนวนเงินที่ใช้ลงทุนในแต่ละพอร์ต

ส่วนใหญ่แล้วนัลงทุนทั้งหลาย มักจะลงทุนแบบให้ได้กำไรเร็ว ฉะนั้น ช่วงแรกหากอยากได้เงินเร็วๆ ก็ให้เล่นพอร์ตแรกให้เยอะหน่อย ฝึกฝนการเข้าออก ซึ่งพอร์ตแรกนี้ ควรเล่นด้วยเทคนิค แล้วเข้าออกวาง Stop Loss ถ้ามีเครื่องมือ Stop Loss อัตโนมัติแบบ TradeMaster ของบัวหลวง ช่วยนี่ ยังไงก็ไม่ติดหุ้น เพราะ เรากำหนดจุด Stop Loss เช่น 10% ได้ตั้งแต่ซื้อหุ้นเลย แปลว่า เลวร้ายสุด เราก็เสียแค่ 10% ไม่ติดหุ้น ส่วนพอร์ตที่สอง คือ เริ่มจากเงินน้อย ทยอยซื้อหุ้นถูก หุ้นต้นรอบ ซึ่งจริง ๆ พอร์ตสองนี่ ไม่ต้องตั้ง Stop Loss เลยก็ได้ค่ะ

6. ระยะของผลสำเสร็จในการซื้อ 2 พอร์ต

แน่นอนว่าการซื้อหุ้นทั้ง 2 พอร์ตจะให้ผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน อย่างในช่วงแรกพอร์ตแรกซึ่งลงทุนในระยะสั้น ก็อาจจะให้กำไรถี่กว่าและบ่อยกว่า แต่หากช่วงเวลาผ่านไปสักระยะ โดยอาจจะใช้เวลา 5 ปี 10 ปี 15 ปี หรือมากกว่านั้น พอร์ตที่สองซึ่งเป็นพอร์ตของการลงทุนระยะยาว จะให้กำไรจากการประกอบการที่ดีกว่าพอร์ตแรกแน่นอน ท่านอาจจะเริ่มเทรดแบบน้อยลง แล้วรอรับส่วนแบ่งไปยาว ๆ หรือไม่ก็ลองมองหาหุ้นพอร์ตใหม่ที่น่าลงทุน เน้นศึกษาให้เยอะ ๆ จากนั้นก็ใช้กำไรไปต่อยอดเรื่อย ๆ เท่านี้การลงทุนในพอร์ตของท่าน ก็จะประสบความสำเร็จแล้วค่ะ

แน่นอนว่าการจะลงทุนซื้อหุ้น หรือเทรดหุ้นพอร์ตต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จ มันไม่ได้เห็นผลในระยะเวลาแค่ 1-2 ปี นักเทรดหุ้นที่เก่งระดับอาจารย์แต่ละท่าน ก็ล้วนใช้เวลาศึกษามาอย่างยาวนานทั้งนั้น กว่าจะประสบความสำเร็จ มาอยู่ในจุดที่สามารถออกมาเขียนชี้แจ้ง หรือเสนอแนะแนวทางการซื้อหุ้นให้ประสบความสำเร็จได้ อย่างคุณ พอล ภัทรพล อดีตนักแสดงชื่อดังของวงการบันเทิงไทย ที่หันมาเอาจริงเอาจังเรื่องการเล่นหุ้นจนประสบความสำเร็จ ก็เปิดเผยว่ากว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ เขาเจ็บมาเยอะไม่น้อยเหมือนกัน 

ฉะนั้น หากการลงทุนของท่านยังไม่เห็นผลในช่วงแรก ๆ ก็ไม่ต้องวิตกกังวล หรือกลัวไปนะคะ ลองใช้เวลาอยู่กับมัน และศึกษาเยอะ ๆ เราเชื่อว่าสักวันท่านจะสามารถไปอยู่ในจุด ที่คนรวยเพราะหุ้นทั้งหลายเขาอยู่กันได้แน่นอน